เส้นทางที่ลิขิตไว้ - พี่เลี้ยงเด็กในฟาร์ม

เส้นทางที่ลิขิตไว้ - พี่เลี้ยงเด็กในฟาร์ม

เซเลีย โอลิเวียรา  Recién actualizado
goodnovel12goodnovel
0
Reseñas insuficientes
30Capítulos
4leídos
Leer
Añadido
Resumen
Índice

อรุณีเป็นเด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน แต่ความฝันเหล่านั้นกลับเริ่มพังทลายลงหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิต สิ่งเดียวที่เธอปรารถนาคือการมอบชีวิตที่ดีกว่าให้แม่ ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อแม่ของเธอได้รู้จักกับชายคนหนึ่งและแต่งงานใหม่ จนแทบกลายเป็นผู้หญิงคนละคน อรุณีที่เคยเป็นลูกสาวสุดที่รักกลับกลายเป็นที่ชิงชังของแม่ผู้ซึ่งหึงหวงสามีกับลูกสาวของตัวเอง สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อเธอจำต้องหนีออกจากบ้านเพื่อไม่ให้ถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิด และระหว่างที่กำลังตามหาที่ซุกหัวนอน เธอก็ได้พบกับชายปริศนาคนหนึ่งบนสะพาน...

Leer más

Capítulo 1

บทที่ 1

เลยหกโมงเย็นมาแล้วตอนที่แม่มาถึงหน้าประตูบ้านพร้อมตะโกนเสียงดัง

"อรุณี อรุณี" ฉันรีบออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม่กำลังหิ้วถุงหลายใบไว้ในมือ "เร็วเข้าสิ นังเด็กโง่ ไม่เห็นหรือไงว่ามันหนัก"

อารมณ์ของแม่บูดบึ้งเหมือนอย่างเคย สันต์คงจะทำหรือพูดอะไรไม่เข้าหูแม่แน่ ๆ และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วแม่ก็จะมาระบายความหงุดหงิดใส่ฉัน

"นี่คือของชำสำหรับเดือนนี้ เอาไปเก็บให้เข้าที่เข้าทาง หล่อนก็รู้ว่าสันต์เกลียดความรก แล้วก็อีกอย่าง ห้ามหยิบอะไรไปกินโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าหิวก็บอกฉัน แล้วฉันจะแบ่งไว้ให้"

"โห นี่ฉันหยิบของกินในบ้านตัวเองไม่ได้เลยหรือไง"

"หุบปากไปเลย นังเด็กบ้า ไม่อย่างนั้นฉันจะตบให้ฟันร่วงกับมุกตลกฝืด ๆ ของหล่อน หล่อนก็รู้ว่าเงินค่าของชำพวกนี้ไม่มีเงินของหล่อนแม้แต่บาทเดียว หล่อนไม่ได้ช่วยอะไรเลยในบ้านหลังนี้"

"ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องมาคอยดูแลอลิสาให้แม่ไง"

ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่ฟาดลงมาบนใบหน้าอย่างจัง กรงเล็บของแม่พร้อมจะตะปบฉันอยู่เสมอ

"หล่อนไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉัน หล่อนคิดว่ากำลังคุยกับเพื่อนเล่นข้างถนนอยู่หรือไง ฉันเหนื่อยกับความก้าวร้าวของหล่อนเต็มทีแล้ว ฉันเป็นแม่ของหล่อนนะ ถ้าหล่อนอยากอยู่ในบ้านหลังนี้ หล่อนก็ต้องหัดรู้จักเคารพผู้ใหญ่ซะบ้าง แล้วก็หุบปากไปซะ"

"แล้วจะให้ฉันไปที่ไหนล่ะ" ฉันพูดทั้งน้ำตา นี่เป็นครั้งที่สองแล้วในสัปดาห์นี้ที่ฉันโดนตบหน้า "ฉันมีแค่แม่คนเดียวในโลกใบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่แม่คบกับสันต์ แม่ก็เอาแต่ทำร้ายจิตใจฉัน และที่แย่กว่านั้นคือแม่ปล่อยให้เขาทำแบบเดียวกันกับฉันด้วย"

เป็นเวลาสี่ปีแล้วตั้งแต่พ่อเสียชีวิต หนึ่งปีต่อมาแม่ก็มีแฟนใหม่ ภายในสองเดือนพวกเขาก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันเพราะแม่ตั้งท้องอลิสาน้องสาวของฉัน ซึ่งฉันต้องเป็นคนดูแลเพื่อให้พวกเขาออกไปทำงานนอกบ้านได้ หลังจากที่เราย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเขา เขาก็ไม่เคยชอบฉันเลย เขาแทบจะไม่พูดกับฉัน นอกจากจะบ่นว่ามีของหายไปจากตู้เย็น หรือสั่งให้ฉันจัดของให้เข้าที่เมื่อมีอะไรวางระเกะระกะ แม่หลงเขาจนหน้ามืดตามัวด้วยความรักและความหึงหวง ฉันคิดว่านั่นคือเหตุผลที่แม่ปฏิบัติกับฉันแบบนี้

ฉันคิดว่าไม่ใช่สิ ฉันมั่นใจเลยล่ะ ถึงขนาดที่ว่าในวันหยุดของเขา แม่บังคับให้ฉันอยู่นอกบ้านทั้งวัน และฉันจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อแม่เลิกงานกลับมาถึงบ้านแล้วเท่านั้น

"หล่อนคิดว่ามันแย่นักหรือไง ในเมื่อเขาเป็นคนหาเลี้ยงทุกอย่างในบ้านหลังนี้ หล่อนก็ควรจะคุกเข่ากราบเท้าขอบคุณเขาทุกวันด้วยซ้ำ ตอนนี้การแสดงละครฉากเล็ก ๆ ของหล่อนจะทำให้ฉันหมดความอดทนอันน้อยนิดที่มีต่อหล่อนแล้ว ไปอาบน้ำให้อลิสาเดี๋ยวนี้ เพราะเรากำลังจะออกไปข้างนอก"

"เรากำลังจะไปไหนกันคะ"

"ไม่ใช่หล่อน แค่พวกเราต่างหาก หล่อนลืมไปแล้วหรือไงว่าบ้านรกขนาดไหน ใช้โอกาสตอนที่เราไม่อยู่ถูพื้นซะด้วยล่ะ" มันเป็นแบบนี้เสมอ พวกเขาจะออกไปข้างนอกหนึ่งวันก่อนวันหยุดของสันต์ ไม่เคยพาฉันไปด้วย และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังปฏิบัติกับฉันราวกับซินเดอเรลล่า "อย่าลืมล่ะว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของหล่อน สันต์จะดูแลอลิสาให้ ส่วนหล่อนก็ไปใช้ชีวิตของหล่อนซะ"

แม่พูดเหมือนให้ฉันไปพักผ่อน แต่ความจริงแล้วแม่แค่ไม่อยากให้ฉันอยู่บ้านตามลำพังกับเขา แทนที่แม่จะกลัวว่าเขาอาจจะทำมิดีมิร้ายฉัน แม่กลับกลัวว่าฉันจะไปอ่อยเขา แม่ไม่เข้าใจเลยว่าความจริงแล้วฉันขยะแขยงเขาจนแทบทนไม่ได้ ฉันทนใบหน้าอันน่ารังเกียจของเขาที่คอยจ้องมองฉันจากมุมต่าง ๆ ของบ้านไม่ได้เลย

ข้อดีก็คือฉันพอหาเงินได้บ้างนิดหน่อย ในเมื่อสันต์กับแม่ไม่อยู่บ้านทั้งวัน ฉันจึงใช้โอกาสนี้ทำกิ๊บติดผมเด็กในช่วงวันธรรมดา และในวันหยุดของเขาซึ่งก็คือวันศุกร์ ฉันก็จะเอาไปขาย ฉันจะเดินไปตามสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน และแผนกสูตินรีเวช เงินที่หามาได้ฉันเอาไปซื้ออุปกรณ์เพิ่ม และเก็บกำไรไว้โดยไม่ยอมใช้สักบาทเดียว ฉันเก็บหอมรอมริบไว้เผื่อว่าวันหนึ่งที่มีเงินมากพอ ฉันจะได้ไปจากที่นี่ แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงยึดเงินฉันไปหมดแล้ว

มีอยู่วันศุกร์หนึ่งตอนที่ฉันกำลังจะออกจากบ้าน ไม่รู้ว่าผีสางตนไหนดลใจแม่ แม่ให้เงินฉันมา 650 บาทและบอกให้ไปซื้อของที่ชอบ ตอนนั้นเป็นช่วงแรก ๆ ที่แม่ยังตั้งท้องอยู่ ฉันจึงคิดกับตัวเองว่า ฉันจะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อของไร้สาระแล้วให้มันหมดไป หรือจะเอาไปลงทุนต่อยอดให้มันงอกเงย และฉันก็เลือกอย่างหลัง ฉันซื้อริบบิ้น ปืนกาว ไข่มุก และเริ่มทำกิ๊บติดผม โดยอาศัยดูวิธีทำจากอินเทอร์เน็ต ฉันซ่อนอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นอย่างดี ในวันที่ออกไปข้างนอก ฉันจะเอาของใส่กระเป๋าเป้ไปขาย และด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเก็บเงินได้ถึง 11,700 บาทแล้ว ฉันแค่รอให้อายุครบ 18 ปีจะได้ไปจากที่นี่ ฉันอยากย้ายไปอยู่เมืองอื่น หางานทำ เช่าห้องพักเล็ก ๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยและเรียนต่อ ฉันรู้ว่าการทำตามความฝันนี้คงยากลำบาก แต่ฉันก็ไม่เห็นทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมเสี่ยง ถ้าฉันยังอยู่ในบ้านหลังนี้ ฉันจะไม่มีวันได้เรียนมหาวิทยาลัยหรือได้งานที่ได้เงินเดือนแน่ ๆ เพราะในความคิดของสันต์กับแม่ งานของฉันที่นี่ได้รับค่าตอบแทนเป็นที่พักและอาหารที่ถูกปันส่วนไว้ให้แล้ว

กว่าทุกคนจะออกไปก็มืดค่ำแล้ว ฉันรีบจัดของที่จะเอาไปขายใส่กระเป๋าเป้ และเอาเงินใส่เข้าไปด้วย มันอาจจะอันตรายที่ต้องระวังโจรบนท้องถนน แต่ฉันกลัวโดนขโมยของในบ้านมากกว่า เพราะฉันสงสัยว่าตอนที่ฉันไม่อยู่ แม่คงจะมารื้อค้นข้าวของของฉัน จัดของเสร็จฉันก็โทรหาอิสราเพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันมี

"ไง อิส เตรียมตัวเดินทางไปถึงไหนแล้ว" อิสรากำลังจะย้ายไปอยู่รัฐอื่น เธอจะไปอยู่กับป้าเพราะเธอสอบได้ทุนเรียนในวิทยาลัยแพทย์ที่เจ๋งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

เราเจอกันตอนประถม และตั้งแต่นั้นมาเราก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แผนของเราคือการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่ปีที่แล้วตอนที่ฉันเรียนจบมัธยมปลาย แม่ไม่ยอมให้ฉันไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยอ้างว่าฉันต้องคอยดูแลน้องสาว การจ้างพี่เลี้ยงเด็กเป็นการเอาเงินไปทิ้งเปล่า ๆ ในเมื่อแม่ก็มีลูกสาวที่ว่างงานอยู่ที่บ้าน ฉันเศร้ามาก พูดตามตรงก็คือใจสลายเลยล่ะ เพราะฉันรู้ว่าฉันเองก็มีความสามารถพอที่จะสอบชิงทุนได้เหมือนกัน

ฉันเป็นคนตั้งใจเรียนมาตลอดและได้เกรดดีเยี่ยม ตั้งแต่พ่อเสียชีวิต ความคิดของฉันก็คือการตั้งใจเรียน จบหมอ และสร้างอนาคตที่ดีกว่านี้ให้แม่ แต่แล้วสันต์ก็เข้ามา และแม่ก็เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อฉันไปอย่างสิ้นเชิง แม่ปล่อยให้ความอ่อนโยนและความรักที่มีต่อฉันกลายเป็นคำด่าทอ ความก้าวร้าว และการดูถูก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความหึงหวงอย่างหนัก ซึ่งแม่ไม่ได้ยอมรับออกมาตรง ๆ แต่คุณสามารถเห็นมันได้จากทุกการกระทำที่เป็นปรปักษ์ที่แม่แสดงต่อฉัน

"เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว กระเป๋าจัดเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางตอนสี่โมงเย็น เธอจะมาส่งฉันใช่ไหม"

"แน่นอนสิ เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของฉัน" ฉันพูดติดตลก

"ฉันเศร้าจังเลยที่เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ฉันอยากให้เราเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมาก ๆ เลย"

"อย่าพูดถึงมันเลย ฉันใจสลายจะแย่อยู่แล้ว แต่ฉันก็ดีใจกับเธอนะ เธอจะต้องเป็นหมอหัวใจที่เก่งมากแน่ ๆ"

"ฉันสงสารเธอจังเลยเพื่อนรัก ฉันหวังว่าพอเธออายุสิบแปด เธอจะไม่อยู่ที่นั่นอีกแม้แต่วันเดียวนะ"

"แน่นอน ฉันจะไม่อยู่ อีกแค่สองเดือนเอง สองเดือนมันจะไปเทียบอะไรได้กับเวลาหลายปีที่ฉันต้องทนมาล่ะ"

"แล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ"

"ฉันก็ยังไม่รู้เลย แต่กะว่าจะไปอยู่เมืองที่ไกลออกไป ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ดูจากสภาพที่นี่แล้ว ไปที่ไหนก็คงดีกว่าที่นี่ทั้งนั้นแหละ"

Desplegar
Siguiente Capítulo
Descargar

Último capítulo

Más Capítulos

También te gustarán

Último capítulo

No hay comentarios
30 chapters
บทที่ 1
เลยหกโมงเย็นมาแล้วตอนที่แม่มาถึงหน้าประตูบ้านพร้อมตะโกนเสียงดัง"อรุณี อรุณี" ฉันรีบออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม่กำลังหิ้วถุงหลายใบไว้ในมือ "เร็วเข้าสิ นังเด็กโง่ ไม่เห็นหรือไงว่ามันหนัก"อารมณ์ของแม่บูดบึ้งเหมือนอย่างเคย สันต์คงจะทำหรือพูดอะไรไม่เข้าหูแม่แน่ ๆ และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วแม่ก็จะมาระบายความหงุดหงิดใส่ฉัน"นี่คือของชำสำหรับเดือนนี้ เอาไปเก็บให้เข้าที่เข้าทาง หล่อนก็รู้ว่าสันต์เกลียดความรก แล้วก็อีกอย่าง ห้ามหยิบอะไรไปกินโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าหิวก็บอกฉัน แล้วฉันจะแบ่งไว้ให้""โห นี่ฉันหยิบของกินในบ้านตัวเองไม่ได้เลยหรือไง""หุบปากไปเลย นังเด็กบ้า ไม่อย่างนั้นฉันจะตบให้ฟันร่วงกับมุกตลกฝืด ๆ ของหล่อน หล่อนก็รู้ว่าเงินค่าของชำพวกนี้ไม่มีเงินของหล่อนแม้แต่บาทเดียว หล่อนไม่ได้ช่วยอะไรเลยในบ้านหลังนี้""ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องมาคอยดูแลอลิสาให้แม่ไง"ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่ฟาดลงมาบนใบหน้าอย่างจัง กรงเล็บของแม่พร้อมจะตะปบฉันอยู่เสมอ"หล่อนไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉัน หล่อนคิดว่ากำลังคุยกับเพื่อนเล่นข้างถนนอยู่หรือไง ฉันเหนื่อยกับความก้าวร้าวของหล่อนเ
Leer más
บทที่ 2
"อรุณี ตื่นเดี๋ยวนี้" แม่ตะโกนลั่นห้องฉัน"เพิ่งตีห้าเองนะคะ ยังไม่ถึงเวลาที่หนูต้องออกไปเลย" ฉันพูดด้วยความตกใจพลางมองดูเวลาในโทรศัพท์"วันนี้หล่อนไม่ต้องออกไปไหน อลิสาตัวร้อน หล่อนต้องอยู่เฝ้าน้อง เพราะสันต์รับมือกับเด็กป่วยคนเดียวไม่ไหวหรอก""แต่วันนี้หนูมีนัดกับอิสไว้นะคะ""อาทิตย์หน้าค่อยไปเจอก็ได้ อลิสาสำคัญกว่า" แม่พูดโดยไม่สนใจคำท้วงของฉันเลย"แม่คะ แต่ว่า...""ฟังนะ" แม่ปรี่เข้ามาบีบคอฉัน "หล่อนต้องดูแลน้องและห้ามออกไปจากห้องน้องเด็ดขาด เข้าใจไหม""เข้าใจค่ะ" คำตอบของฉันแผ่วเบาเป็นเสียงกระซิบ เพราะอากาศในปอดเริ่มหมดลงเนื่องจากมือของแม่ที่บีบคอฉันไว้แน่น"ฉันไม่อยากให้หล่อนกับสันต์คุยกันเรื่องอื่นนอกจากเรื่องอลิสา ห้ามทำอะไรบ้า ๆ เด็ดขาด นังเด็กบ้า""ดูเหมือนแม่จะรักเขามากกว่าหนูเสียอีกนะคะ""นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงหรือมาทำตัวดราม่า ไปที่ห้องน้องแล้วลงไปนอนข้างเตียงซะ""แม่จะให้หนูนอนบนพื้นอย่างนั้นหรือคะ" ฉันรู้ว่าแม่ไม่ได้รักฉันแล้วและมักจะทำร้ายฉันทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ทุกครั้งที่แม่พูดอะไรออกมา ฉันก็ยังอดตกใจกับความเย็นชาที่หลุดออกมาจากปากของแม่ไม่ได้"ถ้าไม่อยากนอ
Leer más
บทที่ 3
"อรุณี อรุณี"ฉันหันไปมองและเห็นอิสราเพื่อนของฉัน เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าคราม ปล่อยผมสีบลอนด์สยาย และกำลังเดินโบกมือให้ฉัน"ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว รุณี" เธอสวมกอดฉัน"อิส เธอไม่รู้หรอกว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น ไอสวะสันต์นั่นมันพยายามจะข่มขืนฉัน" ฉันพูดปนสะอื้น นึกถึงภาพที่ไอ้สารเลวนั่นสัมผัสร่างกายของฉัน"อะไรนะ" เธอตอบอย่างไม่เชื่อหูฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง เธอสวมกอดและร้องไห้ไปกับฉัน"เราจะหาทางออกกัน รุณี เธอจะไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง""เธอคิดจะทำอะไรหรือ""ฉันมีใบอนุญาตเดินทางที่พ่อแม่เซ็นไว้แล้ว และฉันก็ซื้อตั๋วไว้แล้วด้วย เธอแค่ขึ้นรถบัสไปแทนฉันก็พอ""เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง เธอจะตกรถนะ""เดี๋ยวฉันซื้อตั๋วใหม่แล้วค่อยเดินทางพรุ่งนี้ก็ได้ อีกอย่าง มหาวิทยาลัยก็เพิ่งจะเปิดเทอมอาทิตย์หน้าด้วย""แล้วพ่อแม่เธอจะว่ายังไงล่ะ" ฉันถามด้วยความกังวล ฉันมีปัญหาของฉันก็จริง แต่ฉันไม่อยากให้เพื่อนต้องมามีปัญหากับพ่อแม่เพราะฉัน"ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันหาข้ออ้างเอง ฉันจะบอกว่ามัวแต่เถลไถลอยู่ในร้านสะดวกซื้อจนตกรถ ฉันสามารถจัดการได้น่า""ฉันไม่รู
Leer más
บทที่ 4
วินาทีนั้น หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น ฉันกำลังจะเป็นพยานรู้เห็นการฆ่าตัวตายถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง สัญชาตญาณสั่งให้ฉันตะโกนเรียกชายคนนั้นและพยายามหยุดยั้งไม่ให้เขาทำอะไรโง่ ๆ"คุณคะ" ฉันตะโกนสุดเสียงเพื่อให้เขาได้ยิน "ได้โปรดอย่าทำแบบนี้นะคะ" ทันใดนั้นฉันก็เห็นเขาหันหน้ามามองฉันรอบกายมืดสนิทและฝนก็ซาลงแล้ว แต่ก็ยังมีเม็ดฝนโปรยปรายอยู่ ถึงกระนั้น ท่ามกลางความมืดมิด นาน ๆ ทีฉันถึงจะพอมองเห็นแค่โครงร่างของเขา เนื่องจากเขาสวมเสื้อฮู้ดคลุมศีรษะไว้"หล่อนเป็นใคร" วินาทีนั้นฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ชายคนนั้นตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงแหลมสูงจนฉันรู้สึกหนาวสั่น"ฉันไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ แต่ฉันรู้ว่าไม่ว่าคุณกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ นี่ก็ไม่ใช่ทางออก""หล่อนเอาความมั่นใจมาจากไหน" เขายังคงพูดด้วยเสียงอันดังและเกรี้ยวกราด"ฉันไม่ได้มั่นใจหรอกค่ะ" ความจริงฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี "แต่ฉันรู้ว่าคุณเองก็รู้ดี ว่าสิ่งที่คุณตั้งใจจะทำ มันแก้ปัญหาของคุณไม่ได้หรอก""บ้าฉิบ หล่อนมาจากไหนกัน"เขาปีนลงมาจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็วและเดินตรงมาหาฉัน ความกลัวเกาะกุมจิตใจฉันอย่างหนักหน่วงในวินาทีนั้น จนแทบจะเป็นฉ
Leer más
บทที่ 5
"คุณโอฬารคะ แกอายุได้กี่วันแล้วคะ""สองวัน""แกได้รับการเจาะเลือดที่ส้นเท้าหรือยังคะ" ฉันถามด้วยความสงสัย"อะไรนะ" เขาตอบเหมือนไม่รู้ว่ามันคืออะไร"มันเป็นการตรวจที่จำเป็นมากนะคะ ต้องทำในช่วงวันแรก ๆ ของทารกแรกเกิด เพื่อคัดกรองโรคบางอย่างตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ""เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน วันนี้เราจะไปซื้อของที่จำเป็นก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปตรวจสุขภาพทุกอย่างที่จำเป็น ตกลงไหม" เขาตอบอย่างหมดความอดทน"ตกลงค่ะ"ระยะทางที่เหลือเต็มไปด้วยความเงียบงัน เมื่อเรามาถึงเมืองหลวง ร้านแรกที่เราแวะคือร้านขายคาร์ซีทและเปลเด็ก จากนั้นเราก็ไปที่สำนักงานทะเบียนราษฎร ฉันนั่งอยู่ใกล้ประตูทางออก มองดูถนนข้างนอกระหว่างที่ชายคนนั้นรอคิว ฉันถึงกับคิดว่าแม่ของเด็กอาจจะโผล่มาแจ้งเกิดลูกชายตัวเองด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่มีวี่แววใด ๆ มีคิวก่อนหน้าเขาอยู่สามคิว ระหว่างที่รอ ฉันก็เกิดไอเดียที่สุดบรรเจิดขึ้นมา ฉันเหลือบไปเห็นร้านขายเสื้อผ้าผู้หญิงอยู่ติดกับสำนักงานทะเบียนราษฎร ฉันจึงตัดสินใจจะไปซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองสักสองสามชุดฉันอุ้มทารกน้อยเดินเข้าไปในร้านแล้วหยิบชุดชั้นใน เสื้อผ้าห้าตัว กางเกงสามตัว และชุดกระโปรงอีกสองชุด ฉั
Leer más
บทที่ 6
หกโมงเช้าฉันก็ลุกขึ้นมาแต่งตัว ระหว่างที่กำลังจัดลิ้นชัก ก็มีเสียงเคาะประตูห้อง ฉันรีบไปเปิดประตูทันที เป็นผู้ชายคนที่มาช่วยขนของลงจากรถเมื่อวานนี้ ตอนที่ฉันเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงพร้อมกับเด็กน้อยและโอฬาร"อรุณสวัสดิ์ครับคุณอรุณี ผมชื่อจักริน เป็นคนขับรถของคุณโอฬาร ผมจะมาบอกว่ารถพร้อมแล้วนะครับ เราจะไปเมืองหลวงกันเมื่อไหร่ก็บอกได้เลย ผมจะเป็นคนพาคุณไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพของเด็กน้อยครับ""อ้าว คุณโอฬารไม่ได้ไปด้วยหรือคะ" ฉันถามด้วยความสงสัย"ไม่ครับ วันนี้ท่านออกไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ""ตกลงค่ะ เดี๋ยวฉันเตรียมตัวเด็กเสร็จแล้วจะลงไปนะคะ"ฉันปิดประตูห้องแล้วไปอาบน้ำให้เด็กน้อย แกดูสบายตัวมากตอนที่อยู่ในอ่างอาบน้ำ"ดูหนูสบายตัวจังเลยนะตัวเล็ก ถ้าหนูเป็นลูกของฉัน ฉันจะตั้งชื่อหนูว่าน้องภูมิ"หลังจากจัดการแต่งตัวให้ชีวิตตัวน้อยเสร็จ ฉันก็จัดกระเป๋าของเขา เดินลงไปข้างล่าง และกินมื้อเช้าโดยให้เด็กน้อยนอนอยู่ในรถเข็น จากนั้นฉันก็อุ้มแกขึ้นมาและเดินไปที่รถ ฉันรัดเข็มขัดให้แกในคาร์ซีทเรียบร้อยจักรินเดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า"เจ้านายสั่งให้ผมเอาสิ่งนี้มาให้คุณครับ"จักรินถือแฟ้มเอกสารอย
Leer más
บทที่ 7
"ถูกไล่ออกหรือคะ" หัวใจฉันแทบจะหยุดเต้น "เกิดอะไรขึ้นคะคุณท่าน ฉันทำอะไรผิดหรือคะ""หล่อนคิดว่าฉันโง่นักหรือไง นังเด็กบ้า" เขาลุกขึ้นอย่างหงุดหงิดและเดินตรงมาหาฉัน "อรุณี หล่อนอาศัยอยู่ในเมืองหลวง อายุครบสิบแปด และมีหมาพินเชอร์ที่ถูกผีสิง" ฉันรู้สึกได้เลยว่าขากำลังตัวสั่น "หล่อนคิดจริง ๆ หรือว่าฉันจะยอมให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาในบ้านฉันโดยไม่สืบประวัติก่อนหรือ"ฉันถูกจับได้แล้ว"ขอโทษค่ะคุณท่าน ฉันโกหก ฉันควรจะบอกความจริงตั้งแต่แรก""สายไปแล้ว" เขาตะโกน "รู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้ฉันประหลาดใจที่สุด ความสามารถและความเร็วในการแต่งเรื่องโกหกของหล่อนไง""ฉันต้องการงานนี้มากจริง ๆ นะคะ และ...""หุบปากซะ" เขาตะโกนอีกครั้ง "ถ้ามีสิ่งเดียวที่ฉันเกลียดที่สุดในโลกใบนี้ ก็คือคำโกหก รู้ไว้ซะ ฉันอยากให้หล่อนเก็บข้าวของทุกอย่างแล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้""แต่นี่มันดึกมากแล้วนะคะ"วินาทีนั้นเขาเดินเข้ามาใกล้ฉันมากจนฉันกลัวปฏิกิริยาของเขา มันเหมือนกับเหตุการณ์เดจาวูเลยล่ะ"แล้วฉันต้องแคร์ด้วยหรือไง" เขาลดเสียงลง "หล่อนไม่ใช่หรือที่ชอบร่อนเร่ไปมาตอนกลางคืน""คุณรู้ได้อย่างไรคะ" ฉันไม่เข้าใจว่าเข
Leer más
บทที่ 8
ฉันตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ราวกับนอนบนก้อนหิน น้องภูมิตื่นขึ้นมามากกว่าสามครั้งเมื่อคืนนี้ และครั้งสุดท้ายที่แกตื่น แกก็ไม่อยากกลับไปนอนอีก ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำมากนักและแกก็ยังหลับอยู่ ฉันจึงตัดสินใจโทรหาอิสเพื่อนของฉัน ซึ่งป่านนี้คงเป็นห่วงฉันแทบแย่อยู่แล้ววันก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ใหม่ ถึงแม้จะรู้ว่าแม่คงไม่โทรหาฉัน แต่ฉันก็กลัวว่าสันต์พ่อเลี้ยงที่ไร้ยางอายนั่นจะตามหาฉันหรือพยายามข่มขู่ สันต์เป็นคนเข้มงวดมากตอนอยู่บ้านและยังรักความสมบูรณ์แบบ จานอาหารที่สาดใส่หน้าคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้เขาไม่น้อย และด้วยนิสัยของเขา ฉันรู้ดีว่าเขาคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่ เขาคงตั้งใจจะแก้แค้นด้วยตัวเอง และพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะใช้วิธีไหน ในฐานะข้าราชการ เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลและรู้จักคนใหญ่คนโตมากมาย มันคงง่ายมากที่เขาจะหาฉันให้เจอถ้าฉันยังอยู่ในเมืองหลวง ถึงแม้ว่าตอนนี้ที่นี่ฉันจะยังตกอยู่ในความเสี่ยงก็ตาม"ฮัลโหล ใครพูดสายอยู่" อิสตอบรับด้วยน้ำเสียงสงสัย"ความรักในชีวิตของเธอไง" ฉันพูดติดตลก"ร
Leer más
บทที่ 9
เมื่ออยู่ในห้อง ฉันก็เริ่มทบทวนสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังเผชิญ ฉันอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ อาศัยอยู่ในบ้านของคนแปลกหน้า ห่างไกลจากตัวเมือง และต้องดูแลเด็กทารกที่ไม่รู้ว่าแม่ของแกเป็นใคร ฉันจะไม่ได้รับเงินเดือนอีกต่อไปแล้ว แถมยังถูกเจ้านายมองว่าเป็นคนโกหกอีก ฉันไม่สามารถอยู่ที่นี่อีกต่อไปได้แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ฉันเริ่มเก็บข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดใส่กระเป๋า ตอนนั้นเองที่น้องภูมิเริ่มร้องไห้ ฉันอุ้มแกขึ้นมาและพบว่าตัวแกร้อนจี๋ ฉันหยิบยาจากกล่องยาเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้ป้อนให้แก แล้วก็พาแกไปอาบน้ำ หวังว่าไข้จะลดลงฉันยังไม่ได้กินมื้อเช้าหรือมื้อเที่ยงเลย ฉันตัดสินใจว่าจะไม่กินอะไรในบ้านหลังนี้อีกแล้ว เพื่อที่โอฬารจะได้ไม่คิดว่าฉันอยู่ที่นี่แค่เพื่อแลกกับอาหารและที่ซุกหัวนอน แน่นอนว่าการพักอยู่ในบ้านหลังนี้ แม้จะไม่ได้รับเงินเดือนสักบาท ก็ยังปลอดภัยกว่าการออกไปร่อนเร่โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ฉันเริ่มผูกพันกับเด็กทารกคนนี้แล้ว การทิ้งแกไปคงทำให้ฉันใจแตกสลายแต่พอถึงห้าโมงเย็น ความหิวก็เล่นงานฉันอย่างหนัก น้องภูมิอาการดูดีขึ้นแล้ว ฉันจึงลงไปชั้นล่างตามลำพังโดยถือเครื่องด
Leer más
บทที่ 10
"ไปจากที่นี่หรือ หมายความว่าอย่างไรครับ" ศรัณย์ถามอย่างไม่เข้าใจ ดูเหมือนว่าโอฬารจะยังไม่ได้บอกเพื่อนเรื่องบทสนทนาล่าสุดของเรา"ฉันยังเป็นผู้เยาว์ค่ะ คุณโอฬารไล่ฉันออกแล้ว""อีกนานแค่ไหนคุณถึงจะอายุสิบแปด""อีกแค่สองเดือนค่ะ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักหรอก" ฉันยังคงร้องไห้อยู่"แล้วมันคืออะไรล่ะครับ""ต่อให้ฉันอายุสิบแปด ฉันก็อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่สามารถลงทะเบียนการจ้างงานอย่างเป็นทางการได้" สุดท้ายฉันก็หลุดปากพูดความกังวลที่เกาะกินจิตใจฉันออกมา สันต์จะหาที่อยู่ฉันเจอ เขาจะตามมาทำลายชีวิตฉัน หรือพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะทำอะไรได้บ้าง"อรุณี คุณมีคดีติดตัวหรือเปล่า คุณกำลังหนีอะไรอยู่" ศรัณย์ถามอย่างไม่เข้าใจ"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ ช่างมันเถอะ คุณคงไม่เข้าใจหรอก" วินาทีนั้นฉันตระหนักได้ว่าตัวเองช่างเปราะบางเหลือเกินจนเกือบจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ศรัณย์ฟังเสียแล้ว ฉันรวบรวมสติ รับแก้วน้ำมา และลุกขึ้นยืน"ขอตัวก่อนนะคะ ฉันต้องไปอยู่เป็นเพื่อนน้องภูมิแล้ว""เดี๋ยวก่อน ขอถามอีกอย่าง โอฬารรู้ไหมว่าคุณอยู่ที่นี่""แน่นอนว่าไม่ค่ะ ไอ้โง่..." ฉันเกือบจะสบถด่าชายคนนั้นต่อหน้า
Leer más
Explora y lee buenas novelas sin costo
Miles de novelas gratis en BueNovela. ¡Descarga y lee en cualquier momento!
Lee libros gratis en la app
Escanea el código para leer en la APP