Mundo ficciónIniciar sesiónอรุณีเป็นเด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน แต่ความฝันเหล่านั้นกลับเริ่มพังทลายลงหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิต สิ่งเดียวที่เธอปรารถนาคือการมอบชีวิตที่ดีกว่าให้แม่ ทว่าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเมื่อแม่ของเธอได้รู้จักกับชายคนหนึ่งและแต่งงานใหม่ จนแทบกลายเป็นผู้หญิงคนละคน อรุณีที่เคยเป็นลูกสาวสุดที่รักกลับกลายเป็นที่ชิงชังของแม่ผู้ซึ่งหึงหวงสามีกับลูกสาวของตัวเอง สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อเธอจำต้องหนีออกจากบ้านเพื่อไม่ให้ถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิด และระหว่างที่กำลังตามหาที่ซุกหัวนอน เธอก็ได้พบกับชายปริศนาคนหนึ่งบนสะพาน...
Leer másเมื่อมาถึงโรงพยาบาล โอฬารก็ขอเอกสารส่วนตัวทั้งหมดของฉันไปเพื่อกรอกประวัติคนไข้ ในขณะที่ฉันถูกพาตัวเข้าห้องตรวจฉันถูกจับตรวจสารพัดโรคเลยล่ะ จากนั้นพยาบาลก็พามาที่ห้องพักผู้ป่วย ซึ่งฉันต้องนอนพักค้างคืนที่นี่ เพื่อรับน้ำเกลือผสมวิตามินและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พอประตูห้องเปิดออก ฉันก็เจอโอฬารนั่งรออยู่ เขากำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นวมและกดโทรศัพท์มือถือเล่น พอเห็นฉัน เขาก็รีบเก็บโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืน"หล่อนดีขึ้นบ้างหรือยัง""ดีขึ้นแล้วค่ะ คุณท่านกลับไปพักผ่อนได้เลยนะคะ""ฉันต้องอยู่เฝ้าหล่อนน่ะสิ ฉันจะทิ้งเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้นอนโรงพยาบาลคนเดียวโดยไม่มีผู้ปกครองได้ยังไง""มะรืนนี้ฉันก็จะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์แล้วนะคะ ลองไปคุยกับทางโรงพยาบาลขอเป็นกรณีพิเศษดูสิคะ ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ""มันเป็นกฎของโรงพยาบาลน่ะ ฉันลองไปขอร้องพวกเขาแล้วแต่มันไม่ได้ผลหรอกนะ มันไม่ใช่ความตั้งใจของฉันเลย หล่อนคิดว่าฉันอยากจะมานั่งจับเจ่าอยู่ที่นี่นักหรือไง" เขาตอบกลับอย่างหงุดหงิด แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมสักพัก พยาบาลก็เดินเข้ามาและเริ่มฉีดยาเข้าไปในสายน้ำเกลือของฉัน"สวัสดีค่ะ คุณ
วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพ่อกำลังมาถึงแล้ว น้องภูมิเพิ่งจะหลับไปอีกรอบ ฉันเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่ครึ่งเอง ฉันนึกถึงของขวัญที่ซื้อมาให้โอฬารขึ้นมาได้ ฉันไม่อยากจะเอาไปให้เขาด้วยตัวเองหรอกนะ เลยกะว่าจะเอาไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้องนอนของเขาแทน ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนตื่นเช้า แต่คิดว่าวันนี้น่าจะยังไม่ตื่นหรอกนะ ก็เลยตัดสินใจทำตามแผนที่วางไว้ พอเขาเปิดประตูห้องออกมา เขากก็จะเห็นถุงของขวัญแขวนอยู่ตรงนั้น ฉันหวังว่าเขาคงจะถูกใจนะที่ได้รับรูปถ่ายคู่กับลูกชายเป็นของขวัญชิ้นแรกในวันพ่อแบบนี้น่ะฉันกลับมาที่ห้องแล้วล้มตัวลงนอนต่อ ฉันวานให้ดนิตาเอากิ๊บติดผมที่ลูกค้าสั่งจองไว้ไปฝากให้พลอย แม่ค้าแผงข้าง ๆ ฉัน ช่วยขายให้ลูกค้าที่แวะมาถามหา ส่วนกิ๊บที่ศรัณย์สั่งไว้ เขาก็จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เขาตั้งใจจะเอาไปแจกให้เด็กนักเรียนหญิงที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ที่เขาเป็นผู้อุปถัมภ์อยู่น่ะสาย ๆ พอฉันลงไปชงกาแฟที่ครัว ก็เจอโอฬารกำลังง่วนอยู่กับการทำคัพเค้ก ในเมื่อรู้เต็มอกว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะรับไหว้เวลาฉันทักทายตอนเช้า ฉันก็เลยเลือกที่จะเดินผ่านไปเงียบ ๆ แล้วพาน้องภูมิออกไปเดินเล่นแทนวันนี้อากาศดีมาก แดดส
"อะไรนะ"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโอฬารจะเมาหนักจนเกิดภาพหลอน แล้วคิดว่าฉันคือลีลาวดีฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ไอ้บ้าเอ๊ยฉันอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ผลักเขาออกห่างจากตัวอย่างแรง แล้ววิ่งหนีออกจากห้องเขา กลับมาที่ห้องตัวเอง ฉันรีบล็อคประตูแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเหตุการณ์เมื่อกี้มันเพิ่งจะเกิดขึ้นจริง ๆ ไอ้คนบ้าเอ๊ยไอ้โง่ ไอ้โง่ อรุณี เธอมันยัยโง่จริงๆ ฉันพร่ำด่ากับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าหน้ากระจก พลางตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ พยายามทำความเข้าใจกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เพิ่งก่อลงไปฉันทำตัวใจง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกันฉันเปิดฝักบัวอาบน้ำ ฟอกสบู่และขัดถูร่างกายอย่างแรง หวังจะชำระล้างกลิ่นอายของเขาที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวให้หมดไปยัยโง่ ยัยโง่เอ๊ย ฉันเดินวนไปวนมาในห้องน้ำตอนนี้ในหัวฉันมีแต่ความรู้สึกอับอายขายขี้หน้า ฉันยอมให้เขาจูบฉันได้ยังไงกันนะแล้วฉันจะไปจูบตอบเขาทำไมเนี่ย ทำไมฉันไม่เตะผ่าหมากเขาแล้ววิ่งหนีออกมาล่ะยัยโง่ ยัยโง่ ยัยโง่ที่สำคัญคือฉันดันรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับจูบนั้นด้วยสิ ในขณะที่เขาดันคิดว่าฉันเป็นอดีตภรรยาของเขา โห เธอมันยัยงั่งตัวจริงเลย
เช้าวันจันทร์เวียนมาบรรจบอีกครา ฉันพาน้องภูมิออกไปเดินรับแดดยามเช้าเรียบร้อยแล้ว และตั้งใจว่าจะเข้าไปในเมืองหลวงเพื่อหาซื้อของใช้ที่จำเป็น พลันนึกขึ้นได้ว่าวันเกิดของตัวเองใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งจะมาถึงหลังจากวันพ่อเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเมื่อพูดถึงวันพ่อ จิตใจฉันก็พลันเศร้าหมองลง ปีนี้ก็คงเป็นอีกปีที่ฉันไม่มีฮีโร่ในดวงใจอยู่เคียงข้าง ความคิดนี้มันช่างบีบคั้นหัวใจและสร้างความเจ็บปวดที่ยากจะบรรเทาได้ แต่ฉันก็ต้องพยายามดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ละทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าฉันนึกขึ้นได้ว่าต้องเอารูปถ่ายครบรอบ 1 เดือนของน้องภูมิไปอัด ฉันจะนำรูปบางส่วนใส่กรอบแล้วนำไปประดับไว้ในห้อง แล้วฉันก็จำได้ด้วยว่าดนิตาเคยเล่าให้ฟังว่าลีลาวดีได้เตรียมห้องไว้ให้น้องภูมิ แต่ภายในกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง ว่าห้องนั้นคือห้องไหนกันแน่นะ บางทีในอนาคตฉันอาจจะได้มีโอกาสเข้าไปตกแต่งห้องนั้นก็ได้ เพราะน้องภูมิสมควรจะมีห้องที่ดูสดใสน่ารักสมวัยของแก เอาไว้ถ้าเห็นโอฬารอารมณ์ดีเมื่อไหร่ ซึ่งก็คงจะยากเอาการแหละ ฉันค่อยลองเกริ่
Último capítulo