เส้นทางที่ลิขิตไว้ - พี่เลี้ยงเด็กในฟาร์ม
เส้นทางที่ลิขิตไว้ - พี่เลี้ยงเด็กในฟาร์ม
Por: เซเลีย โอลิเวียรา
บทที่ 1
เลยหกโมงเย็นมาแล้วตอนที่แม่มาถึงหน้าประตูบ้านพร้อมตะโกนเสียงดัง

"อรุณี อรุณี" ฉันรีบออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม่กำลังหิ้วถุงหลายใบไว้ในมือ "เร็วเข้าสิ นังเด็กโง่ ไม่เห็นหรือไงว่ามันหนัก"

อารมณ์ของแม่บูดบึ้งเหมือนอย่างเคย สันต์คงจะทำหรือพูดอะไรไม่เข้าหูแม่แน่ ๆ และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วแม่ก็จะมาระบายความหงุดหงิดใส่ฉัน

"นี่คือของชำสำหรับเดือนนี้ เอาไปเก็บให้เข้าที่เข้าทาง หล่อนก็รู้ว่าสันต์เกลียดความรก แล้วก็อีกอย่าง ห้ามหยิบอะไรไปกินโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าหิวก็บอกฉัน แล้วฉันจะแบ่งไว้ให้"

"โห นี่ฉันหยิบของกินในบ้านตัวเองไม่ได้เลยหรือไง"

"หุบปากไปเลย นังเด็กบ้า ไม่อย่างนั้นฉันจะตบให้ฟันร่วงกับมุกตลกฝืด ๆ ของหล่อน หล่อนก็รู้ว่าเงินค่าของชำพวกนี้ไม่มีเงินของหล่อนแม้แต่บาทเดียว หล่อนไม่ได้ช่วยอะไรเลยในบ้านหลังนี้"

"ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องมาคอยดูแลอลิสาให้แม่ไง"

ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่ฟาดลงมาบนใบหน้าอย่างจัง กรงเล็บของแม่พร้อมจะตะปบฉันอยู่เสมอ

"หล่อนไม่มีสิทธิ์มาเถียงฉัน หล่อนคิดว่ากำลังคุยกับเพื่อนเล่นข้างถนนอยู่หรือไง ฉันเหนื่อยกับความก้าวร้าวของหล่อนเต็มทีแล้ว ฉันเป็นแม่ของหล่อนนะ ถ้าหล่อนอยากอยู่ในบ้านหลังนี้ หล่อนก็ต้องหัดรู้จักเคารพผู้ใหญ่ซะบ้าง แล้วก็หุบปากไปซะ"

"แล้วจะให้ฉันไปที่ไหนล่ะ" ฉันพูดทั้งน้ำตา นี่เป็นครั้งที่สองแล้วในสัปดาห์นี้ที่ฉันโดนตบหน้า "ฉันมีแค่แม่คนเดียวในโลกใบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนไม่มี ตั้งแต่แม่คบกับสันต์ แม่ก็เอาแต่ทำร้ายจิตใจฉัน และที่แย่กว่านั้นคือแม่ปล่อยให้เขาทำแบบเดียวกันกับฉันด้วย"

เป็นเวลาสี่ปีแล้วตั้งแต่พ่อเสียชีวิต หนึ่งปีต่อมาแม่ก็มีแฟนใหม่ ภายในสองเดือนพวกเขาก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันเพราะแม่ตั้งท้องอลิสาน้องสาวของฉัน ซึ่งฉันต้องเป็นคนดูแลเพื่อให้พวกเขาออกไปทำงานนอกบ้านได้ หลังจากที่เราย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเขา เขาก็ไม่เคยชอบฉันเลย เขาแทบจะไม่พูดกับฉัน นอกจากจะบ่นว่ามีของหายไปจากตู้เย็น หรือสั่งให้ฉันจัดของให้เข้าที่เมื่อมีอะไรวางระเกะระกะ แม่หลงเขาจนหน้ามืดตามัวด้วยความรักและความหึงหวง ฉันคิดว่านั่นคือเหตุผลที่แม่ปฏิบัติกับฉันแบบนี้

ฉันคิดว่าไม่ใช่สิ ฉันมั่นใจเลยล่ะ ถึงขนาดที่ว่าในวันหยุดของเขา แม่บังคับให้ฉันอยู่นอกบ้านทั้งวัน และฉันจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อแม่เลิกงานกลับมาถึงบ้านแล้วเท่านั้น

"หล่อนคิดว่ามันแย่นักหรือไง ในเมื่อเขาเป็นคนหาเลี้ยงทุกอย่างในบ้านหลังนี้ หล่อนก็ควรจะคุกเข่ากราบเท้าขอบคุณเขาทุกวันด้วยซ้ำ ตอนนี้การแสดงละครฉากเล็ก ๆ ของหล่อนจะทำให้ฉันหมดความอดทนอันน้อยนิดที่มีต่อหล่อนแล้ว ไปอาบน้ำให้อลิสาเดี๋ยวนี้ เพราะเรากำลังจะออกไปข้างนอก"

"เรากำลังจะไปไหนกันคะ"

"ไม่ใช่หล่อน แค่พวกเราต่างหาก หล่อนลืมไปแล้วหรือไงว่าบ้านรกขนาดไหน ใช้โอกาสตอนที่เราไม่อยู่ถูพื้นซะด้วยล่ะ" มันเป็นแบบนี้เสมอ พวกเขาจะออกไปข้างนอกหนึ่งวันก่อนวันหยุดของสันต์ ไม่เคยพาฉันไปด้วย และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังปฏิบัติกับฉันราวกับซินเดอเรลล่า "อย่าลืมล่ะว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของหล่อน สันต์จะดูแลอลิสาให้ ส่วนหล่อนก็ไปใช้ชีวิตของหล่อนซะ"

แม่พูดเหมือนให้ฉันไปพักผ่อน แต่ความจริงแล้วแม่แค่ไม่อยากให้ฉันอยู่บ้านตามลำพังกับเขา แทนที่แม่จะกลัวว่าเขาอาจจะทำมิดีมิร้ายฉัน แม่กลับกลัวว่าฉันจะไปอ่อยเขา แม่ไม่เข้าใจเลยว่าความจริงแล้วฉันขยะแขยงเขาจนแทบทนไม่ได้ ฉันทนใบหน้าอันน่ารังเกียจของเขาที่คอยจ้องมองฉันจากมุมต่าง ๆ ของบ้านไม่ได้เลย

ข้อดีก็คือฉันพอหาเงินได้บ้างนิดหน่อย ในเมื่อสันต์กับแม่ไม่อยู่บ้านทั้งวัน ฉันจึงใช้โอกาสนี้ทำกิ๊บติดผมเด็กในช่วงวันธรรมดา และในวันหยุดของเขาซึ่งก็คือวันศุกร์ ฉันก็จะเอาไปขาย ฉันจะเดินไปตามสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน และแผนกสูตินรีเวช เงินที่หามาได้ฉันเอาไปซื้ออุปกรณ์เพิ่ม และเก็บกำไรไว้โดยไม่ยอมใช้สักบาทเดียว ฉันเก็บหอมรอมริบไว้เผื่อว่าวันหนึ่งที่มีเงินมากพอ ฉันจะได้ไปจากที่นี่ แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงยึดเงินฉันไปหมดแล้ว

มีอยู่วันศุกร์หนึ่งตอนที่ฉันกำลังจะออกจากบ้าน ไม่รู้ว่าผีสางตนไหนดลใจแม่ แม่ให้เงินฉันมา 650 บาทและบอกให้ไปซื้อของที่ชอบ ตอนนั้นเป็นช่วงแรก ๆ ที่แม่ยังตั้งท้องอยู่ ฉันจึงคิดกับตัวเองว่า ฉันจะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อของไร้สาระแล้วให้มันหมดไป หรือจะเอาไปลงทุนต่อยอดให้มันงอกเงย และฉันก็เลือกอย่างหลัง ฉันซื้อริบบิ้น ปืนกาว ไข่มุก และเริ่มทำกิ๊บติดผม โดยอาศัยดูวิธีทำจากอินเทอร์เน็ต ฉันซ่อนอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นอย่างดี ในวันที่ออกไปข้างนอก ฉันจะเอาของใส่กระเป๋าเป้ไปขาย และด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเก็บเงินได้ถึง 11,700 บาทแล้ว ฉันแค่รอให้อายุครบ 18 ปีจะได้ไปจากที่นี่ ฉันอยากย้ายไปอยู่เมืองอื่น หางานทำ เช่าห้องพักเล็ก ๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยและเรียนต่อ ฉันรู้ว่าการทำตามความฝันนี้คงยากลำบาก แต่ฉันก็ไม่เห็นทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมเสี่ยง ถ้าฉันยังอยู่ในบ้านหลังนี้ ฉันจะไม่มีวันได้เรียนมหาวิทยาลัยหรือได้งานที่ได้เงินเดือนแน่ ๆ เพราะในความคิดของสันต์กับแม่ งานของฉันที่นี่ได้รับค่าตอบแทนเป็นที่พักและอาหารที่ถูกปันส่วนไว้ให้แล้ว

กว่าทุกคนจะออกไปก็มืดค่ำแล้ว ฉันรีบจัดของที่จะเอาไปขายใส่กระเป๋าเป้ และเอาเงินใส่เข้าไปด้วย มันอาจจะอันตรายที่ต้องระวังโจรบนท้องถนน แต่ฉันกลัวโดนขโมยของในบ้านมากกว่า เพราะฉันสงสัยว่าตอนที่ฉันไม่อยู่ แม่คงจะมารื้อค้นข้าวของของฉัน จัดของเสร็จฉันก็โทรหาอิสราเพื่อนเพียงคนเดียวที่ฉันมี

"ไง อิส เตรียมตัวเดินทางไปถึงไหนแล้ว" อิสรากำลังจะย้ายไปอยู่รัฐอื่น เธอจะไปอยู่กับป้าเพราะเธอสอบได้ทุนเรียนในวิทยาลัยแพทย์ที่เจ๋งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

เราเจอกันตอนประถม และตั้งแต่นั้นมาเราก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกัน แผนของเราคือการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่ปีที่แล้วตอนที่ฉันเรียนจบมัธยมปลาย แม่ไม่ยอมให้ฉันไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยอ้างว่าฉันต้องคอยดูแลน้องสาว การจ้างพี่เลี้ยงเด็กเป็นการเอาเงินไปทิ้งเปล่า ๆ ในเมื่อแม่ก็มีลูกสาวที่ว่างงานอยู่ที่บ้าน ฉันเศร้ามาก พูดตามตรงก็คือใจสลายเลยล่ะ เพราะฉันรู้ว่าฉันเองก็มีความสามารถพอที่จะสอบชิงทุนได้เหมือนกัน

ฉันเป็นคนตั้งใจเรียนมาตลอดและได้เกรดดีเยี่ยม ตั้งแต่พ่อเสียชีวิต ความคิดของฉันก็คือการตั้งใจเรียน จบหมอ และสร้างอนาคตที่ดีกว่านี้ให้แม่ แต่แล้วสันต์ก็เข้ามา และแม่ก็เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อฉันไปอย่างสิ้นเชิง แม่ปล่อยให้ความอ่อนโยนและความรักที่มีต่อฉันกลายเป็นคำด่าทอ ความก้าวร้าว และการดูถูก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความหึงหวงอย่างหนัก ซึ่งแม่ไม่ได้ยอมรับออกมาตรง ๆ แต่คุณสามารถเห็นมันได้จากทุกการกระทำที่เป็นปรปักษ์ที่แม่แสดงต่อฉัน

"เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว กระเป๋าจัดเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางตอนสี่โมงเย็น เธอจะมาส่งฉันใช่ไหม"

"แน่นอนสิ เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของฉัน" ฉันพูดติดตลก

"ฉันเศร้าจังเลยที่เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ฉันอยากให้เราเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมาก ๆ เลย"

"อย่าพูดถึงมันเลย ฉันใจสลายจะแย่อยู่แล้ว แต่ฉันก็ดีใจกับเธอนะ เธอจะต้องเป็นหมอหัวใจที่เก่งมากแน่ ๆ"

"ฉันสงสารเธอจังเลยเพื่อนรัก ฉันหวังว่าพอเธออายุสิบแปด เธอจะไม่อยู่ที่นั่นอีกแม้แต่วันเดียวนะ"

"แน่นอน ฉันจะไม่อยู่ อีกแค่สองเดือนเอง สองเดือนมันจะไปเทียบอะไรได้กับเวลาหลายปีที่ฉันต้องทนมาล่ะ"

"แล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ"

"ฉันก็ยังไม่รู้เลย แต่กะว่าจะไปอยู่เมืองที่ไกลออกไป ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ดูจากสภาพที่นี่แล้ว ไปที่ไหนก็คงดีกว่าที่นี่ทั้งนั้นแหละ"

Sigue leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la APP
capítulo anteriorcapítulo siguiente
Explora y lee buenas novelas sin costo
Miles de novelas gratis en BueNovela. ¡Descarga y lee en cualquier momento!
Lee libros gratis en la app
Escanea el código para leer en la APP