บทที่ 2
"อรุณี ตื่นเดี๋ยวนี้" แม่ตะโกนลั่นห้องฉัน

"เพิ่งตีห้าเองนะคะ ยังไม่ถึงเวลาที่หนูต้องออกไปเลย" ฉันพูดด้วยความตกใจพลางมองดูเวลาในโทรศัพท์

"วันนี้หล่อนไม่ต้องออกไปไหน อลิสาตัวร้อน หล่อนต้องอยู่เฝ้าน้อง เพราะสันต์รับมือกับเด็กป่วยคนเดียวไม่ไหวหรอก"

"แต่วันนี้หนูมีนัดกับอิสไว้นะคะ"

"อาทิตย์หน้าค่อยไปเจอก็ได้ อลิสาสำคัญกว่า" แม่พูดโดยไม่สนใจคำท้วงของฉันเลย

"แม่คะ แต่ว่า..."

"ฟังนะ" แม่ปรี่เข้ามาบีบคอฉัน "หล่อนต้องดูแลน้องและห้ามออกไปจากห้องน้องเด็ดขาด เข้าใจไหม"

"เข้าใจค่ะ" คำตอบของฉันแผ่วเบาเป็นเสียงกระซิบ เพราะอากาศในปอดเริ่มหมดลงเนื่องจากมือของแม่ที่บีบคอฉันไว้แน่น

"ฉันไม่อยากให้หล่อนกับสันต์คุยกันเรื่องอื่นนอกจากเรื่องอลิสา ห้ามทำอะไรบ้า ๆ เด็ดขาด นังเด็กบ้า"

"ดูเหมือนแม่จะรักเขามากกว่าหนูเสียอีกนะคะ"

"นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงหรือมาทำตัวดราม่า ไปที่ห้องน้องแล้วลงไปนอนข้างเตียงซะ"

"แม่จะให้หนูนอนบนพื้นอย่างนั้นหรือคะ" ฉันรู้ว่าแม่ไม่ได้รักฉันแล้วและมักจะทำร้ายฉันทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ทุกครั้งที่แม่พูดอะไรออกมา ฉันก็ยังอดตกใจกับความเย็นชาที่หลุดออกมาจากปากของแม่ไม่ได้

"ถ้าไม่อยากนอนก็ไปรีดเสื้อผ้าที่หล่อนซักให้น้องเมื่อวานซะ อย่าลืมแยกสีตอนเก็บด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหาของยาก"

แม่เดินออกจากห้องไปโดยไม่รอคำตอบ ฉันลุกขึ้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มิดชิด ไม่ใส่กางเกงขาสั้นหรือเสื้อผ้าที่เน้นสัดส่วนใด ๆ แล้วเดินไปที่ห้องของน้องสาว อลิสาอายุสองขวบ เธอเป็นเด็กน่ารัก แน่นอนล่ะ เพราะฉันเป็นคนเลี้ยงเธอมาแบบนั้น เราเข้ากันได้ดีเสมอ ฉันรักเธอมาก ตั้งแต่เธอเกิด ฉันเป็นคนดูแลเธอ อาบน้ำให้เธอครั้งแรก และพาเธอไปหาหมอทุกเดือน

แม่กับสันต์ก็รักเธอมาก มากกว่าสิ่งใด ๆ ในโลก พวกเขายอมสละชีวิตเพื่อเธอได้ถ้าจำเป็น ความห่วงใยที่พวกเขาไม่มีให้ฉัน พวกเขามีให้อลิสาอย่างล้นเหลือ ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็ทำให้ฉันเบาใจ เพราะเวลาที่ฉันจากไป ฉันจะได้รู้ว่าเธอจะได้รับการดูแลอย่างดี

ฉันเดินเข้าไปในห้องของอลิสา เธอห่มผ้าหลับสนิทอยู่ แต่ใบหน้าของเธอแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวด ฉันรีบวัดไข้ ป้อนยา และลงไปนอนข้าง ๆ เธอ ฉันรู้ว่าแม่จะไม่กลับเข้ามาในห้องก่อนเจ็ดโมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่แม่จะตื่นมาและเตรียมตัวไปทำงาน

เช้าวันใหม่มาเยือน แม่ไปทำงานแล้ว ส่วนสันต์เข้ามาดูอลิสาสองครั้งในช่วงเช้า

ตอนนี้บ่ายโมงครึ่งแล้ว ฉันยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย อลิสาดูดีขึ้น ไข้ลดลงแล้วและเธอก็กินทุกอย่างที่ฉันป้อน เธอเพิ่งจะหลับไป ฉันจึงเดินไปที่ครัวเพื่อหาอะไรกินเพราะหิวจนไส้กิ่ว สันต์กำลังยืนดื่มน้ำอยู่ที่อ่างล้างจาน

"อลิสาอยู่ไหน" เขาถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

"เพิ่งหลับไปค่ะ ไข้ลดแล้ว" ฉันตอบโดยไม่มองหน้าเขา

ฉันเริ่มตักอาหารใส่จานแล้วก็นึกถึงอิส บางทีตอนนี้ที่อลิสาดีขึ้นแล้ว ฉันอาจจะออกไปบอกลาเธอได้ ด้วยความไร้เดียงสา ฉันจึงเอ่ยปากขออนุญาตพ่อเลี้ยง

"สันต์คะ" เขาจ้องมองฉัน "ในเมื่ออลิสาดีขึ้นแล้ว ฉันขอออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ วันนี้ฉันมีธุระต้องไปทำ"

"ธุระ ธุระอะไร" เขาถามอย่างไม่ใส่ใจ

"ฉันต้องไปหาเพื่อนค่ะ"

"เพื่อนหรือ หึ ฉันรู้หรอกน่า หล่อนจะไปหาผู้ชายใช่ไหม" คำพูดของเขาทำเอาฉันตกใจ

"กรุณาให้เกียรติฉันด้วย ฉันไม่อนุญาตให้คุณมาพูดจาดูถูกฉันแบบนี้นะ" ฉันตอบกลับด้วยความโกรธ

"ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันต้องให้เกียรติคนอย่างหล่อน บ้านนี้เป็นของฉัน ฉันจะพูดอะไรก็ได้ หล่อนคิดว่าฉันจะให้อยู่ที่นี่ต่อหรือไงถ้าหล่อนท้องโย้กลับมา ฉันจะเฉดหัวหล่อนทิ้ง ได้ยินไหม"

เขามองฉันในแง่ร้ายที่สุด และฉันก็ไม่เคยทำตัวให้เขามีเหตุผลต้องคิดแบบนั้นเลย ฉันเป็นคน "เรียบร้อย" มาตลอด ไม่เคยออกไปเที่ยวเตร่หรือทำให้แม่ต้องหนักใจเรื่องอื่นเลย

"ให้เกียรติฉันด้วย" ฉันตะโกน

เขาปรี่เข้ามาบีบคอฉัน ในมือของฉันถือจานซุปร้อน ๆ อยู่

"ทำไมฉันต้องให้เกียรติหล่อน หล่อนคิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าใครเป็นผู้หญิงขายตัว หล่อนไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น และถ้าหล่อนอยากเจอผู้ชายนักล่ะก็ ฉันจะให้หล่อนดูของจริงตรงนี้แหละ ในบ้านนี่แหละ"

พูดจบ เขาก็ขยำหน้าอกฉันและพยายามจะถอดเสื้อฉันออก วินาทีนั้นฉันไม่ทันคิดอะไรทั้งสิ้น ฉันสาดซุปร้อน ๆ ในจานใส่หน้าเขาด้วยเรี่ยวแรงและความเกลียดชังทั้งหมดที่มี ทันใดนั้นเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้นและเริ่มร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ฉันตกใจกลัวสุดขีด วิ่งกลับไปที่ห้อง คว้ากระเป๋า แล้ววิ่งหนีออกไปทางประตูรั้ว เขากำลังวักน้ำล้างหน้าอยู่ที่อ่างล้างจาน ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ดูเหมือนเขาจะโดนลวกอย่างหนัก

"สมน้ำหน้า"

ฉันวิ่งมาจนสุดถนน พอดีมีรถแท็กซี่ขับผ่านมา ฉันจึงเรียกและบอกให้ไปส่งที่สถานีขนส่ง

เมื่อมาถึงสถานีขนส่ง ฉันก็เริ่มทบทวนสถานการณ์ที่เพิ่งพาตัวเองเข้าไปพัวพันจากการทำหน้าไอ้สารเลวนั่นพัง แม่คงไม่มีทางเชื่อถ้าฉันบอกความจริง และฉันก็กลับบ้านไม่ได้ด้วย เพราะเขาต้องฆ่าฉันแน่ ๆ

ฉันมีแค่เสื้อผ้าติดตัวกับกระเป๋าเป้ที่มีกิ๊บติดผม เอกสาร เงิน และโทรศัพท์ วินาทีนั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัว

"เอาล่ะ อรุณี อิสรภาพของเธอเริ่มต้นขึ้นที่นี่ เธอต้องไปแล้ว"

ฉันเดินไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วและขอซื้อตั๋วไปเมืองหลวง พนักงานขอดูเอกสารและเมื่อเห็นว่าฉันยังไม่บรรลุนิติภาวะ เธอก็บอกว่าฉันไม่สามารถเดินทางได้หากไม่มีใบอนุญาตจากผู้ปกครอง

"คุณคะ อีกสองเดือนฉันก็จะอายุครบสิบแปดปีแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะคะ" ฉันพยายามอธิบาย

"จะไม่มีปัญหาหรอกถ้าเป็นการเดินทางไปเมืองใกล้ ๆ แต่การเดินทางคนเดียว ฉันต้องขอใบอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครองของคุณค่ะ"

"ได้โปรดเถอะนะคะ ฉันขอร้อง ขายตั๋วให้ฉันเถอะ มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ" ฉันอ้อนวอนทั้งน้ำตา

"แม่หนู ถ้าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ฉันแนะนำให้ไปโรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจนะ ไม่ใช่สถานีขนส่ง"

เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วหันไปทำอย่างอื่นโดยไม่สนใจฉันเลย ฉันไม่สามารถไปแจ้งความกับตำรวจแล้วบอกว่าพ่อเลี้ยงพยายามจะล่วงละเมิดฉันได้ เพราะมันจะเป็นแค่คำพูดของฉันฝ่ายเดียว และฉันมั่นใจว่าแม่ต้องเข้าข้างเขาแน่ ๆ

ฉันทิ้งตัวลงนั่งอย่างสิ้นหวัง ไม่รู้จะทำยังไงดี ทางเดียวที่ทำได้คือซื้อตั๋วไปเมืองในรัฐเดียวกัน ฉันลุกขึ้นและเดินไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วอีกครั้ง แต่แล้วฉันก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อฉัน วินาทีนั้นฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว

Sigue leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la APP
Explora y lee buenas novelas sin costo
Miles de novelas gratis en BueNovela. ¡Descarga y lee en cualquier momento!
Lee libros gratis en la app
Escanea el código para leer en la APP