Todos os capítulos do เส้นทางที่ลิขิตไว้ - พี่เลี้ยงเด็กในฟาร์ม: Capítulo 21 - Capítulo 30
30 chapters
บทที่ 21
ผู้ชายบนสะพานมีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนโอฬาร และเสียงของเขาก็คล้ายกับเสียงของโอฬารด้วย ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่เชื่อเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องไม่ใช่ความจริงสิ ต้องไม่ใช่เขา ไม่มีทางเป็นเขาไปได้ ทำไมฉันถึงจำเขาไม่ได้ตั้งแต่วันแรกนะ บางทีอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นฉันกำลังหวาดกลัวสุดขีดและต้องเผชิญกับปัญหาของตัวเอง ก็เลยไม่ได้สนใจจะมองให้ชัดเจนว่าเขาเป็นใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีข่าวการตายของผู้ชายอีกคน ฉันก็เชื่อสนิทใจเลยว่าเป็นคนคนเดียวกัน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่แปลกประหลาดอะไรอย่างนี้ฉันนึกถึงคำพูดของดนิตาขึ้นมาได้"เขาพยายามจะจบชีวิตตัวเอง แต่ตอนนั้นคงมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ทำให้เขาเปลี่ยนใจและกลับบ้าน"หรือว่าจะเป็นคนคนเดียวกันจริง ๆ แต่เมื่อวันก่อน เขาก็จำฉันไม่ได้เหมือนกันไม่ใช่หรือคำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวฉันตลอดทั้งคืน ฉันนอนไม่หลับเลยสักวินาทีเดียว พอถึงตอนเช้า ฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ผู้ชายในคืนนั้นขับรถสปอร์ตสีแดงที่มีสัญลักษณ์รูปม้า และฉันก็จำได้ด้วยว่าตอนที่มาถึงที่นี่ครั้งแรก ฉันเห็นรถคันหนึ่งถูกคลุมด้วยผ้าใบสีดำจอดอยู่ในโรงจอดรถ ฉันจะไปที่โรงรถ ดึงผ้าใบออก แล้วดู
Ler mais
บทที่ 22
ฉันอยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากโอฬารออกไปข้างนอกแล้ว และศรัณย์ก็ย้ายไปอยู่ที่เรือนหลังเล็กหลังบ้านน้องภูมิตื่นแล้ว ฉันพาแกมาที่ครัวและตัดสินใจจะทำมื้อเที่ยงกินเอง ในเมื่อซุปของฉันถูกสวาปามไปจนหมดเกลี้ยงแล้วฉันไม่รู้ว่าโอฬารจะกลับมาตอนไหน ก็เลยทำอาหารเผื่อไว้สำหรับสองคนเลยฉันทำพาสต้าใส่เครื่องสารพัดอย่าง จากนั้นก็ปอกมันฝรั่งแล้วเอาไปทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน ตอนนี้เกือบจะเที่ยงแล้วและท้องฟ้าก็มืดครึ้ม นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่ได้พาน้องภูมิออกไปเดินเล่นตอนเช้า และไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้านด้วย เพราะดูทรงแล้วฝนน่าจะตกหนักแน่ ๆไม่นานฟ้าก็แลบแปลบปลาบ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องดังสนั่น น้องภูมิเริ่มร้องไห้จ้า ฉันรีบอุ้มแกขึ้นมาแนบอกและหอมหัวแกฟอดใหญ่ นั่นช่วยปลอบประโลมให้แกคลายความหวาดกลัวและรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาได้ แกหยุดร้องไห้แล้ว แต่ฉันก็ยังคงกอดแกเอาไว้ด้วยความรัก ฉันเริ่มร้องเพลงกล่อมแกเบา ๆ ถึงแม้ว่าฉันจะอยู่บ้านคนเดียวก็เถอะ♪ หากเป็นพายุที่พัดพาความกลัว หากเป็นความเศร้าโศกเสียใจ ได้โปรดพรากมันไปจากใจ แม้เจ้าจะยังไม่รับรู้ถึงฉันอย่างเต็มที่ แม้จะยังไม่รู้จักกันดี แต่ฉันก็ได้ยินเสียงของเจ้าแล้ว ♪
Ler mais
บทที่ 23
ดนิตาออกเดินทางไปกับศรัณย์ตั้งแต่คืนวันศุกร์ พวกเขาจะไปใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์พักผ่อนกันที่ชายทะเล ฉันยอมรับเลยว่าฉันเองก็อยากเห็นทะเลใจจะขาดอยู่แล้วเหมือนกัน แม่เคยไปเที่ยวกับสันต์และอลิสาสามครั้งแล้ว แต่พวกเขาไม่เคยพาฉันไปด้วยเลย แม่ขี้หึงแม้กระทั่งตอนที่เห็นฉันแต่งตัวมิดชิด ฉันมั่นใจเลยว่าแม่ต้องฆ่าฉันแน่ ๆ ถ้าเห็นฉันใส่บิกินี่เดินอยู่ที่ชายหาด ความขี้หึงของแม่เข้าขั้นวิกฤต และเพราะความขี้หึงนี้เอง ฉันจึงถูกลิดรอนทุกสิ่งทุกอย่างไปหลังจากอบเค้กเสร็จและปล่อยให้เย็นตัวลง ฉันก็ปาดหน้าเค้กด้วยครีมที่เตรียมไว้ ปักเทียนเล่มจิ๋วและป้ายปักเค้กน่ารัก ๆ นำไปแช่ในตู้เย็น แล้วรีบขึ้นไปป้อนนมน้องภูมิและแต่งตัวให้เจ้านายตัวน้อยของฉันฉันเสียบสายชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับถ่ายรูปเยอะ ๆ ฉันคัดเลือกชุดเด็กอ่อนน่ารัก ๆ ของแกออกมาหลายชุดเลยล่ะ ฉันตั้งใจจะถ่ายรูปแกในมุมอื่น ๆ ด้วยน้องภูมิแต่งตัวหล่อ ๆ เฟี้ยวเรียบร้อยแล้ว ฉันจับแกใส่รถเข็นและพาลงไปที่ห้องนั่งเล่น ฉันจัดฉากเล็ก ๆ ไว้บนโซฟาและวางแกลงตรงนั้น นำเค้กมาวางไว้ข้าง ๆ แล้วก็เริ่มลงมือถ่ายรูป ฉันยอมรับเลยนะว่าฉันเซ็ตผมและเลือกใส
Ler mais
บทที่ 24
สี่ทุ่มเข้านั่นแหละ น้องภูมิถึงจะยอมหลับ ฉันหิวจนทนไม่ไหวแล้ว ก็เลยลงไปที่ครัว คิดว่าป่านนี้โอฬารคงไม่อยู่แล้วล่ะอ่างล้างจานสะอาดเอี่ยมอ่อง บนเตาก็ไม่มีอะไรวางทิ้งไว้เลย ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาเพิ่งจะทำกับข้าวตรงนี้"ผู้ชายรักความสะอาด หาได้ยากนะเนี่ย" ฉันบ่นพึมพำฉันนึกเคืองความแล้งน้ำใจของเขาที่ไม่ยอมแบ่งอาหารไว้ให้ฉันบ้างเลย ทีตอนนั้นเขายังมากินซุปที่ฉันเก็บไว้จนหมดเกลี้ยงเลยนี่นา แถมของที่เขาทำก็กลิ่นหอมน่ากินซะขนาดนั้น ฉันหยิบหม้อใบเล็กออกมาต้มซุปกินเอง มันทั้งทำง่ายและมีประโยชน์ เพราะฉันใส่ผักลงไปตั้งหลายอย่าง ระหว่างรอซุปเดือด ฉันก็นั่งบนม้านั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่กั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น คอยเฝ้าดูน้องภูมิผ่านกล้องวงจรปิดพลางไถโทรศัพท์เล่นฆ่าเวลาฉันเริ่มไล่ดูรูปถ่ายที่ถ่ายไว้เมื่อตอนกลางวัน รูปออกมาสวยทุกรูปเลย ฉันเลือกรูปที่ถ่ายคู่กับน้องภูมิมาตั้งเป็นภาพหน้าจอโทรศัพท์ จากนั้นก็เปิดดูรูปที่โอฬารถ่ายคู่กับลูก แล้วก็ซูมดูหน้าเขาใกล้ ๆโอฬารหล่อมากจริง ๆ นะ ชุดสูทนั่นทำให้เขาดูเคร่งขรึมและมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจสุด ๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลีลาวดีถึงทำเรื่องแบบนั้นได้ลงค
Ler mais
บทที่ 25
ตอนหกโมงเช้า ฉันกับน้องภูมิก็พร้อมออกเดินทางแล้ว ฉันยัดกระเป๋าสัมภาระไว้ใต้รถเข็นแล้วก็เดินลงไปที่ห้องครัว ฉันชงกาแฟและกินมื้อเช้าให้เรียบร้อย แถมยังเตรียมของว่างไว้กินระหว่างทางด้วย ฉันตั้งปณิธานไว้แล้วว่าจะหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินของตัวเองให้มากขึ้นฉันเดินไปตามถนนที่ทอดยาวสู่หมู่บ้าน ระหว่างทางก็แหงนมองท้องฟ้าที่สวยงามจับตา ฉันอดใจไม่ไหวต้องแชะภาพวิวทิวทัศน์ ถ่ายรูปน้องภูมิ และเซลฟี่ตัวเองเก็บไว้เป็นที่ระลึก ฉันชอบถ่ายรูปมากเลยนะ น่าเสียดายที่เอาไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียไม่ได้ ขืนโพสต์ลงไป ไอ้สารเลวสันต์นั่นอาจจะตามรอยมาเจอฉันก็ได้ตอนเจ็ดโมงเช้า ฉันก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านเกตุธนา ถึงเมื่อวานจะได้เห็นภาพรวมของหมู่บ้านจากที่ไกล ๆ แล้ว แต่ความรู้สึกมันเทียบไม่ได้เลยกับการได้มายืนสัมผัสบรรยากาศจริง ๆ ภายในหมู่บ้านแค่ตรงทางเข้าก็มีปั๊มน้ำมันเล็ก ๆ ตั้งอยู่แล้ว ถัดเข้าไปอีกหน่อยก็เป็นร้านเบเกอรี่ ฉันเดินสำรวจไปรอบ ๆ จัตุรัสอันกว้างขวาง มีดอกไม้ ต้นไม้ประดับประดาอย่างสวยงาม และมีเวทีขนาดเล็กตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้วย ที่นี่แหละต้องเป็นสถานที่ที่โอฬารใช้จัดปาร์ตี้แน่ ๆ มีสนามฟุตบอลในร่ม
Ler mais
บทที่ 26
ภายในห้องนอน โอฬารกำลังหงุดหงิดงุ่นง่านจนแทบจะระเบิด หลังจากที่ได้ปะทะคารมกับอรุณีในห้องครัวเมื่อครู่นี้เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง สมองเอาแต่ครุ่นคิดถึงประโยคที่หญิงสาวเพิ่งเอ่ยออกมา"เด็กจะไม่มีวันเป็นตัวถ่วงหรอก แต่แกจะเป็นแรงผลักดันให้เราไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีกว่า เด็กคือพรจากสวรรค์นะ"โอฬารพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่ ทำไมล่ะ ลีลาวดี ทำไมคุณถึงไม่คิดแบบอรุณีบ้างโอฬารจ้องมองรูปถ่ายของอดีตภรรยาในโทรศัพท์แล้วก็ปล่อยโฮออกมาเหมือน เด็ก ๆ เขารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง เขาทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งหญิงคนรักให้อยู่เคียงข้างเขา เขาถึงขนาดยอมให้อภัยในสิ่งที่ยากจะให้อภัยได้เขาไม่แคร์หรอกว่าใครจะหัวเราะเยาะเขา เขาแค่ต้องการสร้างครอบครัวของตัวเอง เพื่อความรักที่มีต่อลีลาวดี ต่อให้ผลตรวจดีเอ็นเอจะระบุว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่สายเลือดของเขา เขาก็พร้อมจะดูแลและรักเด็กคนนั้นเสมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง"ผมมันโง่เองที่มอบหัวใจให้คุณ คุณไม่เคยแคร์ผมเลย ไม่เคยแคร์แม้กระทั่งลูกของตัวเองด้วยซ้ำ"เขาเปิดขวดวิสกี้แล้วเริ่มกระดกเข้าปาก ระหว่างที่ดื่ม เขาก็พรั่งพรูความรู้
Ler mais
บทที่ 27
เช้าวันจันทร์เวียนมาบรรจบอีกครา ฉันพาน้องภูมิออกไปเดินรับแดดยามเช้าเรียบร้อยแล้ว และตั้งใจว่าจะเข้าไปในเมืองหลวงเพื่อหาซื้อของใช้ที่จำเป็น พลันนึกขึ้นได้ว่าวันเกิดของตัวเองใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งจะมาถึงหลังจากวันพ่อเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเมื่อพูดถึงวันพ่อ จิตใจฉันก็พลันเศร้าหมองลง ปีนี้ก็คงเป็นอีกปีที่ฉันไม่มีฮีโร่ในดวงใจอยู่เคียงข้าง ความคิดนี้มันช่างบีบคั้นหัวใจและสร้างความเจ็บปวดที่ยากจะบรรเทาได้ แต่ฉันก็ต้องพยายามดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ละทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องทนทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าฉันนึกขึ้นได้ว่าต้องเอารูปถ่ายครบรอบ 1 เดือนของน้องภูมิไปอัด ฉันจะนำรูปบางส่วนใส่กรอบแล้วนำไปประดับไว้ในห้อง แล้วฉันก็จำได้ด้วยว่าดนิตาเคยเล่าให้ฟังว่าลีลาวดีได้เตรียมห้องไว้ให้น้องภูมิ แต่ภายในกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอีกครั้ง ว่าห้องนั้นคือห้องไหนกันแน่นะ บางทีในอนาคตฉันอาจจะได้มีโอกาสเข้าไปตกแต่งห้องนั้นก็ได้ เพราะน้องภูมิสมควรจะมีห้องที่ดูสดใสน่ารักสมวัยของแก เอาไว้ถ้าเห็นโอฬารอารมณ์ดีเมื่อไหร่ ซึ่งก็คงจะยากเอาการแหละ ฉันค่อยลองเกริ่
Ler mais
บทที่ 28
"อะไรนะ"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าโอฬารจะเมาหนักจนเกิดภาพหลอน แล้วคิดว่าฉันคือลีลาวดีฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ไอ้บ้าเอ๊ยฉันอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ผลักเขาออกห่างจากตัวอย่างแรง แล้ววิ่งหนีออกจากห้องเขา กลับมาที่ห้องตัวเอง ฉันรีบล็อคประตูแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเหตุการณ์เมื่อกี้มันเพิ่งจะเกิดขึ้นจริง ๆ ไอ้คนบ้าเอ๊ยไอ้โง่ ไอ้โง่ อรุณี เธอมันยัยโง่จริงๆ ฉันพร่ำด่ากับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าหน้ากระจก พลางตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ พยายามทำความเข้าใจกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่เพิ่งก่อลงไปฉันทำตัวใจง่ายขนาดนั้นได้ยังไงกันฉันเปิดฝักบัวอาบน้ำ ฟอกสบู่และขัดถูร่างกายอย่างแรง หวังจะชำระล้างกลิ่นอายของเขาที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวให้หมดไปยัยโง่ ยัยโง่เอ๊ย ฉันเดินวนไปวนมาในห้องน้ำตอนนี้ในหัวฉันมีแต่ความรู้สึกอับอายขายขี้หน้า ฉันยอมให้เขาจูบฉันได้ยังไงกันนะแล้วฉันจะไปจูบตอบเขาทำไมเนี่ย ทำไมฉันไม่เตะผ่าหมากเขาแล้ววิ่งหนีออกมาล่ะยัยโง่ ยัยโง่ ยัยโง่ที่สำคัญคือฉันดันรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับจูบนั้นด้วยสิ ในขณะที่เขาดันคิดว่าฉันเป็นอดีตภรรยาของเขา โห เธอมันยัยงั่งตัวจริงเลย
Ler mais
บทที่ 29
วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพ่อกำลังมาถึงแล้ว น้องภูมิเพิ่งจะหลับไปอีกรอบ ฉันเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่ครึ่งเอง ฉันนึกถึงของขวัญที่ซื้อมาให้โอฬารขึ้นมาได้ ฉันไม่อยากจะเอาไปให้เขาด้วยตัวเองหรอกนะ เลยกะว่าจะเอาไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้องนอนของเขาแทน ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนตื่นเช้า แต่คิดว่าวันนี้น่าจะยังไม่ตื่นหรอกนะ ก็เลยตัดสินใจทำตามแผนที่วางไว้ พอเขาเปิดประตูห้องออกมา เขากก็จะเห็นถุงของขวัญแขวนอยู่ตรงนั้น ฉันหวังว่าเขาคงจะถูกใจนะที่ได้รับรูปถ่ายคู่กับลูกชายเป็นของขวัญชิ้นแรกในวันพ่อแบบนี้น่ะฉันกลับมาที่ห้องแล้วล้มตัวลงนอนต่อ ฉันวานให้ดนิตาเอากิ๊บติดผมที่ลูกค้าสั่งจองไว้ไปฝากให้พลอย แม่ค้าแผงข้าง ๆ ฉัน ช่วยขายให้ลูกค้าที่แวะมาถามหา ส่วนกิ๊บที่ศรัณย์สั่งไว้ เขาก็จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เขาตั้งใจจะเอาไปแจกให้เด็กนักเรียนหญิงที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ที่เขาเป็นผู้อุปถัมภ์อยู่น่ะสาย ๆ พอฉันลงไปชงกาแฟที่ครัว ก็เจอโอฬารกำลังง่วนอยู่กับการทำคัพเค้ก ในเมื่อรู้เต็มอกว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะรับไหว้เวลาฉันทักทายตอนเช้า ฉันก็เลยเลือกที่จะเดินผ่านไปเงียบ ๆ แล้วพาน้องภูมิออกไปเดินเล่นแทนวันนี้อากาศดีมาก แดดส
Ler mais
บทที่ 30
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล โอฬารก็ขอเอกสารส่วนตัวทั้งหมดของฉันไปเพื่อกรอกประวัติคนไข้ ในขณะที่ฉันถูกพาตัวเข้าห้องตรวจฉันถูกจับตรวจสารพัดโรคเลยล่ะ จากนั้นพยาบาลก็พามาที่ห้องพักผู้ป่วย ซึ่งฉันต้องนอนพักค้างคืนที่นี่ เพื่อรับน้ำเกลือผสมวิตามินและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด พอประตูห้องเปิดออก ฉันก็เจอโอฬารนั่งรออยู่ เขากำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นวมและกดโทรศัพท์มือถือเล่น พอเห็นฉัน เขาก็รีบเก็บโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นยืน"หล่อนดีขึ้นบ้างหรือยัง""ดีขึ้นแล้วค่ะ คุณท่านกลับไปพักผ่อนได้เลยนะคะ""ฉันต้องอยู่เฝ้าหล่อนน่ะสิ ฉันจะทิ้งเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้นอนโรงพยาบาลคนเดียวโดยไม่มีผู้ปกครองได้ยังไง""มะรืนนี้ฉันก็จะอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์แล้วนะคะ ลองไปคุยกับทางโรงพยาบาลขอเป็นกรณีพิเศษดูสิคะ ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ""มันเป็นกฎของโรงพยาบาลน่ะ ฉันลองไปขอร้องพวกเขาแล้วแต่มันไม่ได้ผลหรอกนะ มันไม่ใช่ความตั้งใจของฉันเลย หล่อนคิดว่าฉันอยากจะมานั่งจับเจ่าอยู่ที่นี่นักหรือไง" เขาตอบกลับอย่างหงุดหงิด แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมสักพัก พยาบาลก็เดินเข้ามาและเริ่มฉีดยาเข้าไปในสายน้ำเกลือของฉัน"สวัสดีค่ะ คุณ
Ler mais
Digitalize o código para ler no App